
“ภาษาจีน คือพลังที่เปลี่ยนชีวิต และพาเราก้าวสู่ความสำเร็จที่ไม่เคยคิดฝัน”
ภาษาจีนไม่ใช่แค่ภาษา แต่คือโอกาสที่เปิดประตูใหม่ให้กับชีวิต ทุกความพยายามในวันนั้นคือรากฐานความสำเร็จในวันนี้

ย้ายโรงเรียนตอนม.2 เข้ามาอยู่ในโรงเรียนที่เน้นภาษาจีน แต่กว่าจะมาชอบภาษาจีนก็ม.6 แล้วเกือบจะเลือกสายเรียนตอนมหาวิทยาลัยไม่ทันเหมือนกัน ทุกวันต้องฝึกภาษาจีนวันละ 6-7 ชั่วโมงเพื่อเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย

เข้าป.ตรีแล้ว พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ยังคงตั้งใจและฝึกฝนภาษาจีนในทุกวันเหมือนเดิม และมีโอกาสไปเป็นตัวแทนในการแข่งขันภาษาจีนบ่อยครั้ง

ทำวิจัยตอนป.ตรีสำเร็จ ในที่สุดก็ได้ถือเล่มวิจัยแล้ว วิจัยเล่มนี้ผ่านการแก้แล้วแก้อีก เราและเพื่อนๆต้องอดหลับอดนอน เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์ที่สุด จากเด็กหลังห้องที่วิ่งหนีภาษาจีนตอนมัธยมต้น ก็ได้มีผลงานวิจัยยอดเยี่ยมกับเขาแล้ว

จบป.ตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับ1 เรียนจบจากสาขาภาษาจีนและการสื่อสาร คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แต่เราก็รู้ว่านี่เป็นแค่การเริ่มต้นของสายอาชีพภาษาจีนเท่านั้น ยังคงต้องสู้กันต่อไปอีกเยอะ

ไปเรียนภาษาจีนขั้นสูงที่เซี่ยงไฮ้ พอเรียนจบปริญญาตรีก็ตัดสินใจไปเรียนภาษาจีนขั้นสูงอีก 6 เดือน เราก็กลัวและหวั่นใจ เหมือนกันนะ เพราะทุกอย่างคืออะไรที่เราไม่คุ้นเคย แต่ใจก็ต้องสู้เสมอ

รับใบจบจากจีนและพร้อมกลับไทย เหล่าซือชาวจีนที่อยู่มหาวิทยาลัยที่เซี่ยงไฮ้ดูแลนักเรียนต่างชาติดีมากวิชาการเรียนการสอนแน่นสุดๆ ใช้การบรรยายการสอนแบบเป็นภาษาจีนล้วนได้ฝึกพูดภาษาจีนทุกวันจนรู้สึกชินไปเอง

เรียนต่อป.โทที่ม.เกษตรศาสตร์ เรายังคงเลือกเรียนเอกภาษาจีนในช่วงที่เรียนปริญญาโทเหมือนเดิมและนี่คือภาพบรรยากาศการสอบวิชาการสอนภาษาจีน ตอนนั้นจำได้ว่าเลือกสอบสอนเป็นวิชา “ภาษาจีนทางการแพทย์” (ในวิชาการสอนนี้ใครจะเลือกสอบสอนหัวข้ออะไรก็ได้)

ได้เล่มวิทยานิพนธ์ ป.โท แล้ว เย้ งานวิทยานิพนธ์ ป.โท ที่ผ่านการแก้มากกว่า 14 รอบ ในที่สุดก็ได้ตีพิมพ์แล้วตอนทำคือทำด้วยร้องไห้ด้วยตลอด กลัวว่าจะไม่สำเร็จมากๆ แต่ความพยายามไม่เคยทำเราผิดหวัง

เรียนจบปริญญาโท ขอบคุณครอบครัว อาจารย์ เพื่อน และตัวเราที่ทำให้เราได้มีวันนี้ ฉันเชื่อเสมอว่าหากตัวเราไม่ละทิ้งความตั้งใจและความพยายามยังไงก็ต้องสำเร็จในสักวัน

มีหนังสือเล่มแรกเป็นของตัวเอง มีผลงานหนังสือชื่อว่า “ศัพท์เอ๋ยศัพท์แพทย์” เล่ม 1 หมวดร่างกายมนุษย์จำได้ดีเลย เล่มนี้ใช้เวลา 3 ปีเต็มๆ เหนื่อยที่สุด แต่ก็ภูมิใจที่สุดเช่นกัน

มุ่งหน้าทำงานในฝัน พอทำหนังสือเล่ม1 เสร็จก็มุ่งหน้าเข้าสู่ล่ามภาษาจีนทางการแพทย์แบบเต็มตัวไม่รู้หรอกว่าเราพร้อมหรือยังสำหรับงานนี้ แต่เราคิดว่าเราพร้อมแล้วที่จะได้ใช้ความรู้ที่มีช่วยงานคุณหมอและคนไข้

ต้อนรับคณะแพทย์จากประเทศจีน การทำงานล่ามในโรงพยาบาลมีเรื่องท้าทายเข้ามาทุกวันและเราต้องพัฒนาตัวเองเสมอ ภาพนี้เป็นภาพที่คณะแพทย์จากประเทศจีนเข้าเยี่ยมชมโรงพยาบาลที่ฉันทำงานเมื่อปีก่อนเป็นงานที่ภูมิใจมากงานหนึ่งค่ะ

แปลบรรยายในห้องประชุมของรพ.

เข้าร่วมฝึกอบรมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขณะเกิดเพลิงไหม้ งานนี้ได้รับบทเป็นคนไข้จำเป็น โดนพี่ๆหามจากชั้น 2 ลงไปชั้น B1 จำได้ว่ากลัวตกแบบสุดใจ

แปลงานในห้อง OR (ห้องผ่าตัด) ครั้งแรก ภาพนี้เป็นการแปลงานในห้องผ่าตัดครั้งแรก บอกเลยค่ะว่า “ทั้งสั่นทั้งตื่นเต้น” แต่เราต้องมีสติให้มากที่สุด เพราะเรากำลังช่วยคนไข้และคุณหมออยู่

ล่ามเฉพาะกิจ โดนเชิญตัวมาเป็นล่ามช่วยงานในคลินิกด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยประสบการณ์ใหม่อีก 1 แผนก

ศัพท์เอ๋ยศัพท์แพทย์เล่มที่ 2 ออกมาแล้ว ผลงานหนังสือศัพท์ภาษาจีนทางการแพทย์เล่มที่2 ออกมาแล้ว หลังจากใช้เวลาจัดทำนานถึง4 ปี (ตอนนี้หนังสือหมดเกลี้ยงทั้งเล่ม1 และเล่ม2 แล้วขอบคุณลูกค้าทุกคนจากใจจริงค่ะ)

มอบผลงานหนังสือให้ผู้สร้างแรงบันดาลใจ นำผลงานหนังสือมามอบให้คุณหมอผู้ที่ช่วยเขียนคำนิยมในหนังสือและเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยดูแลรักษาเรามาตั้งแต่แรกคลอด คุณหมอคือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เราอยากเข้าสู่การทำงานสายภาษาจีนทางการแพทย์

ในที่สุดก็จดบริษัทสำเร็จ ในที่สุดความฝันตั้งแต่เด็กก็สำเร็จ เรามีบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว อยากจะบอกจริงๆว่าเหนื่อยมาก เหนื่อยที่สุดตั้งแต่ทำงานมา เพราะทุกอย่างต้องรับผิดชอบสูงมากๆขึ้นไปอีกพอมองย้อนกลับไปมันยาวนานและต้องผ่านอะไรมาหนักจริงๆนะ แต่การไม่ล้มเลิกก่อนผลผลิตมันสวยงามเสมอ

นั่งเก้าอี้ประธานครั้งแรก ถึงตอนนี้เราเพิ่งจะสร้างบริษัทมาได้ไม่นานและยังคงเป็นบริษัทเล็กๆ แต่เราก็ภูมิใจและจะไม่หยุดพัฒนาให้บริษัทของเราเติบโตไปในทุกๆวัน เพราะนี่คือสิ่งที่เราจะใช้ดูแลตัวเองและครอบครัว เราจะดูแลลูกค้าและผู้เรียนทุกคนอย่างเต็มความสามารถ เราสัญญาว่าเราจะพัฒนาต่อไปในทุกๆก้าวค่ะ

